นิ้วชี้ของจุ๋ม

posted on 03 Mar 2012 23:52 by yuithiwa in Life directory Diary
นี่เป็นครั้งแรกของฉัน...
 
ฉันไม่รู้ว่าฉันจะทำได้ดีแค่ไหน
จริงๆ แล้ว ฉันไม่รู้ด้วยซ้ำว่าฉันต้องทำยังไง
หลังจากที่ก้าวเข้าไปในห้องนั้น

ฉันไม่รู้ว่าเขาเป็นใคร
ฉันไม่เคยเจอเขามาก่อน
แต่ทันทีที่ฉันเดินเข้าไปในห้องนั้น
เขาก็กึ่งวิ่งกึ่งเดินเข้ามาหาฉัน
ส่งความรู้สึกของตัวเองผ่านมาทางสายตา...
...ว่าสิ่งเดียวที่เขาต้องการมากที่สุดในโลก ณ ตอนนั้นคือ...

...กอด

 
เขาพูดได้
แต่เขาไม่ค่อยพูด
เขาไม่ได้ต้องการการสนทนา
เขาแค่ต้องการให้ใครสักคนกอดเขาเอาไว้ให้นานที่สุด
เขาแค่อยากมองออกไปนอกหน้าต่างพวกนั้น
เพียงเพื่อจะเฝ้าดูสิ่งใดก็ตามที่มีการเคลื่อนไหว
เขาตื่นเต้นทุกครั้งที่เห็นน้ำหยด, นกกระโดด, คนเดินผ่าน หรือเด็กเล่นชิงช้า...

 
...เขาคนนี้
คือหนึ่งในเด็กๆ ที่อยู่ที่ 'สถานสงเคราะห์เด็กอ่อนพญาไท'
จุดหมายปลายทางของฉันกับเพื่อนๆ ชาว 'หอใน' อีก 10 คนในวันนี้

 
 
 
ฉันได้ยินพี่เลี้ยง (หรือ "แม่" ของเด็กๆ ทุกคนที่อยู่ที่นั่น) เรียกเขาว่า "จุ๋ม"
น้องจุ๋มเป็นเด็กผู้ชายอายุประมาณ 3 ขวบ (ฉันเดาเอา)
แม้เขาจะตัวเล็ก
แต่น้ำหนักตัวที่ไม่มากนัก ก็สามารถทำให้ฉันเมื่อยแขนได้
เพราะฉันอุ้มเขาเอาไว้เนิ่นนาน
และเขาไม่ยอมให้ฉันนั่ง
เพราะหน้าต่างทุกบาน อยู่สูงเกินไปสำหรับเขา
ฉะนั้นถ้าฉันนั่ง เขาจะมองไม่เห็นสิ่งที่อยู่ภายนอกหน้าต่าง

.
..
...
....
 
 
ฉันไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานเท่าไหร่แล้ว
รู้แต่ว่าฉันจะอุ้มเขา และกอดเขาไว้อย่างนี้ไปเรื่อยๆ
ถึงฉันจะเมื่อยมาก
แต่ก็รู้ว่าเขาก็คงเมื่อยมากเหมือนกัน
และก็รู้ด้วยว่าเขาอยากรักษาช่วงเวลาแบบนี้เอาไว้ให้นานที่สุด
ทุกวินาทีมีค่า ทั้งสำหรับเขา...

...และสำหรับฉันด้วย

 
ฉันค่อยๆ ทำความรู้จักกับเขาไปทีละนิด
และฉันก็ได้รู้ว่า
เขาอยากเอามือไปรองน้ำที่กำลังหยด,
อยากวิ่งไล่จับนก, อยากออกไปวิ่งเล่นข้างนอกกับพี่ๆ,
อยากเล่นชิงช้า, อยากขับรถเล่น,
เขาหวังว่าทุกคนที่เดินผ่าน จะมาเล่นกับเขา
และเขาบอกทั้งหมดนั้นให้ฉันรู้...

...ด้วยรอยยิ้ม และนิ้วชี้

 
 
เป็นนิ้วชี้ของเขานั่นเอง ที่ทำให้ฉันตระหนักว่า
มันไม่จำเป็นเลย ที่เราจะต้องสื่อสารกันด้วยการพูด
เพียงแค่เราใส่ใจและสังเกต ก็จะเข้าใจอีกฝ่ายได้
ทุกอย่างเป็นสัญชาตญาณ

 
 
นิ้วชี้ของจุ๋ม
ชี้ไปที่เด็กคนหนึ่ง ตอนที่ฉันกำลังจะป้อนข้าวให้จุ๋ม
ฉันไปขอข้าวเพิ่มอีกหนึ่งถ้วย เพื่อเอามาป้อนให้เด็กคนนั้นด้วย
แต่พี่เลี้ยงให้ป้อนทีละคน
(เพราะเดี๋ยวจะป้อนไม่ทัน อีกอย่าง เด็กสามารถรอได้)

 
 
นิ้วชี้ของจุ๋ม
ชี้ไปที่ช้อน ตอนที่ฉันกำลังป้อนข้าวไปได้ไม่กี่คำ
สุดท้ายก็ลงเอยด้วยจุ๋มนั่งตัก ฉันถือถ้วย จุ๋มถือช้อน และตักข้าวกินเอง
จุ๋มตักข้าวได้ทีละนิด เพราะยังหยิบจับช้อนได้ไม่มั่นคง
ฉันพยายามช่วยตัก แต่จุ๋มบอกว่า
"ไม่ต้องช่วย ผมอยากกินข้าวเอง"
(และแน่นอนว่า เขาไม่ได้บอกด้วยคำพูด)
และตักกินเองแบบนั้น จนหมดชาม
 
 
นิ้วชี้ของจุ๋ม
ทำให้ฉันรู้ว่า จุ๋มเป็นเด็กดี
ฉันเชื่อว่า เด็กดีอย่างจุ๋ม จะต้องมีคนรัก และมาเล่นด้วยอีกในวันต่อไป
แม้เขารู้อยู่ตลอดเวลา ว่าพี่ทุกคนที่มาเล่นด้วย จะต้องกลับไป
แต่เขาไม่เคยอยากให้พี่ๆ คนไหนกลับไปเลย
ตอนกลับ ฉันจึงอาศัยช่วงชุลมุน วิ่งออกมานอกห้อง
โดยไม่มองเข้าไปอีกเลย

 
 
ฉันไม่รู้ว่าจุ๋มร้องไห้รึเปล่า
แต่ฉันร้อง
ขอบคุณจุ๋ม ที่ทำให้ฉันเข้าใจ อะไรๆ มากขึ้น

สิ่งหนึ่งที่ฉันเข้าใจคือ
ความรู้สึกของคนที่เลี้ยงเรามา ที่อยากให้เราโตขึ้นเป็นคนดี...
...สิ่งที่หวังเอาไว้ พื้นฐานที่สุดเลยคือ ขอให้เป็นคนดี

 
 
"น้องจุ๋ม...
เป็นเด็กดีแบบนี้ตลอดไปนะครับ"





Comment

Comment:

Tweet