รถติดก็ดีเหมือนกัน

posted on 04 Apr 2012 21:51 by yuithiwa in Life directory Diary, Idea

"ออกมาตั้งแต่บ่ายโมง สี่โมงเพิ่งมาถึงนี่ ดูสิ รถติดมากเลยเนี่ย"

เสียงคนขับรถเมล์บ่น
ฉันได้ยินอย่างนั้นก็นั่งอมยิ้มอยู่คนเดียว
น่าแปลก...
คุณลุงขับรถเมล์อยู่ทุกวันในสภาพการจราจรเช่นนี้
ซึ่งเรียกได้ว่าเป็น 'ปกติ' ของกรุงเทพมหานคร
ฉันจึงแอบสงสัยว่า คุณลุงพูดแบบนี้ทุกวันเลยหรือเปล่า?

รถติดก็ดีเหมือนกัน... ได้มีเวลาคิดอะไรๆ ได้นานอีกหน่อย
รถติดก็ดีเหมือนกัน... ได้หัดทำอะไรช้าๆ ไม่เร่งรีบดูบ้าง
รถติดก็ดีเหมือนกัน... ได้มีเวลาตัดสินใจ ว่าจะไปที่ไหนต่อดี
รถติดก็ดีเหมือนกัน... ได้นั่งพักนานกว่าเดิม งีบหลับก็ยังได้
รถติดก็ดีเหมือนกัน... ได้หันหน้าไปคุยกับคนที่นั่งข้างๆ บ้าง
รถติดก็ดีเหมือนกัน... ได้รู้จักผู้คนเพิ่มขึ้น ตอนที่ได้ยินเขาคุยโทรศัพท์
รถติดก็ดีเหมือนกัน...
สำหรับฉัน รถติดมันดีอย่างนี้นี่เอง

ที่เราเห็นคือ รถติด
ที่เรารู้คือ เราเปลี่ยนแปลงมันไม่ได้
แต่เราสามารถเลือกวิธีคิดได้
เพราะฉะนั้น เราจะหงุดหงิด หรือมีความสุข
ไม่ใช่เพราะรถ ไม่ใช่ถนน ไม่ใช่คนข้างๆ
แต่เป็นเพราะตัวเราเอง

 
 
ก่อนขึ้นรถเมล์ ฉันแวะซื้อขนมสอดไส้ที่ข้างๆ หอพักนิสิตจุฬาฯ
คุณป้าที่ขายขนมก็คุยกับฉันเกี่ยวกับเรื่องลูกชายของคุณป้า
ที่กำลังจะสอบเข้าเรียนต่อในมหาวิทยาลัย
ก่อนฉันจะไป คุณป้าบอกว่า
 
"ป้าชื่นชมพวกคุณอยู่นะ" (ที่เป็นนิสิตจุฬาฯ)

ฉันก็แอบคิดในใจว่า
"หนูก็ชื่นชมคุณป้าเหมือนกัน ที่ทำขนมอร่อยๆ อย่างนี้เป็น
หนูทำไม่เป็น ก็เลยต้องซื้อเอานี่แหละค่ะ"
 
 
 
Chip Conley ได้กล่าวใน TED ว่า
"Happiness is not about having what you want;
it's about wanting what you have."
และยังมีสมการความสุข ซึ่ง Chip เรียกสมการนี้ว่า
The Happiness "Emotional Equation"
 
 
ก่อนหน้านี้ ฉันเคยคิดว่า
ความสุขคือการที่เราได้มาซึ่งสิ่งที่เราอยากได้ (having what you want)
ทีนี้ ความอยากได้ของเรามันไม่สิ้นสุด แล้วเมื่อไหร่เราถึงจะมีความสุขที่แท้จริงล่ะ?
สมการนี้คือคำอธิบายง่ายๆ ว่า จริงๆ แล้ว...
 
ความสุขก็คือการที่เราพอใจหรือต้องการ ในสิ่งที่เรามีอยู่แล้ว (wanting what you have) 
มากกว่าการที่จะมีในสิ่งที่เราอยากมี (having what you want)
 
สอดคล้องกับคำสอนของในหลวงของเรา ที่ทรงสอนให้พวกเราพอใจในสิ่งที่เรามี
หรือมี ความพอเพียงกับตัวเอง นั่นเอง
 
 
" .....คนเราถ้าพอ ในความต้องการ ก็มีความโลภน้อย
เมื่อมีความโลภน้อย ก็เบียดเบียนคนอื่นน้อย.....
ถ้าทุกประเทศมีความคิดนี้ อันนี้ไม่ใช่เศรษฐกิจ มีความคิดว่า ทำอะไรก็ต้องพอเพียง
หมายความว่า พอประมาณ ไม่สุดโต่ง ไม่โลภอย่างมาก คนเราก็อยู่เป็นสุข....."
พระราชดำรัส ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
[ยกมาจาก http://www.buddha-dhamma.com]

 
 
 
ป.ล.1 ขอบคุณอาจารย์วิชาภาษาอังกฤษที่แนะนำเว็บไซต์เจ๋งๆ อย่าง TED.com
ขอบคุณพี่เมทที่แนะนำที่ซื้อขนมอร่อยๆ
ขอบคุณคุณลุงคนขับรถเมล์, คุณป้าที่ขายขนม และผู้คนที่ฉันเจอในวันนี้
ขอบคุณที่อากาศร้อนมาก และกรุงเทพมหานคร
ที่มีสวนสาธารณะเจ๋งๆ อย่าง 'สวนลุม' ให้พวกเราได้หลบร้อนกัน
ขอบคุณการจราจรที่ติดขัด และทุกๆ อย่าง ที่ทำให้วันนี้เป็นวันสนุกๆ อีกวันหนึ่งของฉัน

ป.ล.2 Chip Conley ได้ถามคนฟังใน TED ไว้ว่า
"How do you feel about how you spend your time each day?"
ขอตอบตรงนี้เลยว่า
"ฟินมากค่ะ!"

Comment

Comment:

Tweet

ถ้าได้นอนก็คงดี แต่ถ้ายืนนี่สิ
น้ำตาไหล Hot!

#3 By ด.ญ.หัวมะลิ on 2012-04-07 13:20

บางทีที่รถติดเราก็คิดฟุ้งซ่านเยอะมากๆ เหมือนกัน
เคยได้ยินมาว่า สามที่ที่เราจะได้คุยกับตัวเอง คือ
BED / BATH และ BUS

#2 By iamdozenist on 2012-04-06 19:49

' จริงนะค่ะ รถติดมีเวลาคิดอะไรเยอะดี big smile

#1 By - Juliette - on 2012-04-04 23:10